ต้นไม้ “เครื่องฟอกอากาศของโลก” ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์

โลกของเราร้อนขึ้นทุกวัน จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณก๊าซเรือนกระจก (greenhouse gasses) ในชั้นบรรยากาศที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกิจกรรมของพวกเรา และมีข้อมูลที่น่าตกใจว่าระดับความเข้มข้นของ CO2 ในชั้นบรรยากาศโลกปี 2016 เพิ่มสูงขึ้นถึง 50% จากระดับเฉลี่ยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศโลกมีก๊าซ CO2 ในระดับเข้มข้นที่สูงที่สุดในรอบ 8 แสนปี และจนถึงนาทีนี้ก็ยังไม่มียอดมนุษย์คนไหนที่จะมาหยุดยั้งภาวะวิกฤตินี้ได้

แต่อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ที่เลวร้ายก็มักจะมี Hero เสมอ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาก็คือต้นไม้นั่นเอง เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่กับโลกใบนี้มานานกว่ามนุษย์ยิ่งนัก เป็นทั้งผู้สร้างและผู้ดูแลสรรพชีวิตบนโลกใบนี้ ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตปฐมภูมิที่ส่งต่อพลังงานให้กับทุกชีวิตบนโลก ด้วยกลไกการจะดูดซับก๊าซ CO2 จากบรรยากาศ โดยใช้กระบวนการสังเคราะห์แสง (photosynthesis) ซึ่งเป็นกระบวนการพื้นฐานที่จะเปลี่ยน CO2 ในรูปอนินทรียสารให้กลายเป็นสารประกอบอินทรียสารที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์

และแน่นอนว่าด้วยคุณสมบัติอันสุดแสนวิเศษของต้นไม้นี้ เขาจึงเปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศให้กับโลกใบนี้ เพราะนอกจากการดูดซับ CO2 อันเป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ ไปกักเก็บไว้ในเนื้อไม้ในรูปของเซลลูโลส (Cellulose) และ เฮมิเซลลูโลส (Hemicellulose) แล้ว ยังเป็นการช่วยลดปริมาณ Carbon Footprint ในภาพรวมอีกด้วย และนอกจากนี้ยังมีการคายออกซิเจนออกมา ซึ่งเป็นอากาศอันแสนบริสุทธิ์ให้เราได้หายใจกัน แต่น่าเสียดายว่าปัจจุบันระบบนิเวศป่าไม้ได้ถูกทำลายลงไปอย่างมาก ซึ่งหากเราไม่ช่วยกันดูแลบำรุงรักษาและปลูกต้นไม้เพิ่มในวันนี้ โอกาสที่เราจะหยุดยั้งภาวะโลกร้อนก็อาจจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

ช่วยกันปลูกต้นไม้และลดการปลดปล่อย Carbon Footprint วันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีในวันหน้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *