3R กับ Carbon Footprint

รู้หรือไม่ การใช้หลัก 3 R มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มากกว่าที่คุณคิด หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเป็นแนวคิดที่คงช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่คุณอย่าลืมว่าโลกใบนี้มีประชากรอาศัยอยู่ ณ ปัจจุบันไม่น้อยกว่า 7.6 พันล้านคน

ซึ่งเราทุกคนต่างก็รู้ว่าระบบเศรษฐกิจปัจจุบันมันเชื่อมต่อถึงกันทั้งโลก และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ผลิตขึ้นมาบนโลกใบนี้ล้วนก็เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ทั้งสิ้น ทั้งสิ่งที่จำเป็นและสิ่งที่ฟุ่มเฟือย แต่โชคร้ายตรงที่มนุษย์มีความต้องการที่ไม่มีวันจบสิ้น จึงเกิดการถลุงใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมหาศาล และแน่นอนมันมาพร้อมกับการใช้พลังงานอย่างมหาศาลเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน แล้วสิ่งที่ตามมาคืออะไร มันคือของเสียนั่นเองทั้งจากกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมและของเสียที่เกิดหลังจากการใช้งานของ end-user ซึ่งผลกระทบเหล่านี้มากันในหลากหลายรูปแบบทั้งทางตรงและทางอ้อม มีทั้งที่เรารู้เราเห็นและที่เราไม่รู้ไม่เห็นหรือไม่คิดด้วยซ้ำว่ามันมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมแบบนี้อยู่ด้วย

โดยปัจจุบันผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเราที่เห็นได้ชัดที่สุด ได้แก่ขยะที่มากมายมหาศาล ซึ่งสหประชาชาติคาดว่ามีขยะพลาสติกสะสมอยู่ในทะเลไม่น้อยกว่า 150 ล้านตัน และน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งตรงที่ว่าประเทศไทยของเรา ปล่อยขยะพลาสติกลงทะเลมากเป็นอันดับ 6 ของโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากเพราะขยะเหล่านี้จะไปทำลายระบบนิเวศทั้งบนบกและในทะเลจนย่อยยับ มาถึงตรงนี้แล้วหลายคนอาจคิดว่าผลกระทบที่มาจากขยะอย่างเดียวก็มากมายมหาศาลแล้ว แต่ท่านอย่าลืมว่าของเสียจากการใช้ผลิตภัณฑ์มันมีอยู่ตลอด Life cycle ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งยังมีผลกระทบอีกอย่างหนึ่งที่น่ากลัวมากๆ และที่สำคัญคือเราไม่สามารถมองเห็นมันได้ด้วยตาเปล่า แต่ว่ามันมีอยู่จริง และส่งผลให้เกิด Climate change สภาพอากาศแปรปรวน ฤดูกาลแปรเปลี่ยน เกิดโรคระบาด น้ำแข็งขั้วโลกละลาย น้ำทะเลสูงขึ้น ใช่แล้วมันคือ GHG หรือที่เราเรียกมันว่าก๊าซเรือนกระจก (greenhouse gas) แต่เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า Carbon Footprint เสียมากกว่า ซึ่งจะว่าไปแล้วมันก็เป็นการวัดผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ที่มีต่อระบบสิ่งแวดล้อมในแง่ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกนั่นเอง (แต่คำนวณและรายงานผลในรูปของ Carbon Footprint) และที่บอกว่ามันน่ากลัวเพราะมันแทรกอยู่ในทุกกิจกรรมที่มนุษย์ทำในชีวิตประจำวัน (ครั้งหน้าจะมาอธิบายให้เข้าใจมากขึ้นว่ามันเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเราอย่างไรบ้าง)

มาถึง ณ จุดนี้แล้วก็ขอสรุปง่ายๆ ว่าการใช้หลัก 3R มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มันจะช่วยได้อย่างมากในแง่ของการลดการใช้ทรัพยากร และจะนำไปสู่การลดใช้พลังงาน ลดการเกิดขยะและของเสียทุกประเภท และแน่นอนว่าเป็นการช่วยลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ได้อย่างง่ายๆ และมีประสิทธิภาพอีกด้วย

โลกจะดีขึ้นถ้าเราช่วยกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *